ที่มา http://www.dhammahome.com/front/remind/list.php

(ลงไว้ เตือนตัวเราเอง--สุข ชอบ ความพอใจก็เป็นกิเลสอย่างนึงนะ)

00391 เราถูกกิเลสทำร้ายเราอยู่ตลอดเวลา

แท้จริงแล้วในแต่ละวัน ไม่มีใครทำร้ายเราเลย
เราถูกกิเลสทำร้ายเราอยู่ตลอดเวลาก็ไม่รู้ตัว
คิดว่ามีคนนั้นคนนี้มาทำร้ายเรา
กิเลสตัวนั้นก็คือ
โลภะ โทสะ โมหะ ที่ทำร้ายเรา
โดยความเป็นจริง “เรา” ก็ไม่มี
ในเมื่อ “เรา” ไม่มีในความเป็นจริงแล้ว
คนอื่นจะมีได้อย่างไร

ธรรมเตือนใจวันที่ : 22-07-2549

00393 เราจักอดกลั้นถ้อยคำล่วงเกิน

เราจักอดกลั้นถ้อยคำล่วงเกิน
ดังช้างอดทนลูกศร ซึ่งตกไปจากแล่งในสงคราม,
เพราะคนเป็นอันมาก เป็นผู้ทุศีล,
ในหมู่มนุษย์ผู้ใดอดกลั้นถ้อยคำล่วงเกินได้,
ผู้นั้นชื่อว่าฝึก (ตน) แล้ว เป็นผู้ประเสริฐสุด.
ม้าอัสดรที่ฝึกแล้วเป็นสัตว์ประเสริฐ,
พระยาช้างชาติกุญชรที่ฝึกแล้ว ก็เป็นสัตว์ประเสริฐ,
(แต่) ผู้ฝึกตนเองได้แล้ว ประเสริฐ

ธรรมเตือนใจวันที่ : 24-07-2549


00349 จิตไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา

จิตเป็นสภาพธรรมที่รู้สิ่งต่าง ๆ เช่น รู้สี รู้เสียง
รู้กลิ่น รู้รส รู้เย็น รู้ร้อน รู้อ่อน รู้แข็ง รู้ตึง รู้ไหว
รู้ความหมายของสิ่งต่างๆ และ ที่คิดนึกเรื่องต่าง ๆ เป็นต้น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติ เรียก สภาพธรรมที่รู้สิ่งต่างๆว่า จิต
จิตซึ่งเป็นปรมัตถธรรมที่เกิดขึ้นได้เพราะมีเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น
เมื่อเสียงไม่เกิดขึ้นกระทบหู จิตได้ยินก็เกิดขึ้นไม่ได้
จิตแต่ละประเภทจะเกิดขึ้นได้ เพราะมีปัจจัยที่ทำให้เกิดจิตประเภทนั้น ๆ
จิตไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา จิตไม่เทียง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

ธรรมเตือนใจวันที่ : 06-04-2549


บาป บุญ มีจริงๆหรือ จะเชื่อได้อย่างไร?

บาป คือ อกุศลธรรม เป็นสภาพธรรมที่ไม่ดี ไม่งาม และ ให้โทษ
บุญ คือ กุศลธรรม เป็นสภาพที่ดีงาม เป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษกับใคร
เลย ฉะนั้น ถ้าไม่มีจิต บาปบุญ ก็ไม่มี ภูเขา ก้อนหิน กรวดทราย
ต้นไม้ ไม่มีบุญ ไม่มีบาป เพราะไม่มีจิต คิดไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ ฆ่าสัตว์
ไม่ได้ ลักทรัพย์ไม่ได้ ถวายทานไม่ได้ บุญบาปจึงเป็น สภาพของจิต
ขณะใดที่จิตประกอบด้วย สภาพธรรมที่ดีจึงเป็นบุญ ขณะใดที่จิตประกอบ
ด้วย สภาพธรรมที่ไม่ดีจึงเป็นบาป.....
ไม่มีใครสามารถเห็นจิต หรือ ดูจิตได้ด้วยตา แต่ว่าสามารถระลึกรู้
ลักษณะของจิตได้ เพราะทุกคนมีจิต แต่ทุกคน เพียงรู้ว่ามีจิต ถ้าไม่
ศึกษาโดยละเอียด ก็ยังไม่รู้ว่า ที่ว่ามีจิตนั้น จิตอยู่ที่ไหน ขณะเห็น เป็นจิต
ชนิดหนึ่ง ขณะได้ยิน เป็นจิตชนิดหนึ่ง ขณะได้กลิ่น เป็นจิตชนิดหนึ่ง ขณะ
ลิ้มรส เป็นจิตชนิดหนึ่ง ขณะที่รู้เย็นบ้าง รู้ร้อนบ้าง รู้แข็งบ้าง ก็เป็นจิตชนิด
หนึ่ง ขณะคิดนึก เป็นจิตชนิดหนึ่ง และควรพิจารณาให้ละเอียดลงไปอีกว่า
จิตเห็นเป็นบาปหรือเปล่า จิตเห็นเพียงเห็น ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่กุศล จิต
ได้ยิน จิตได้กลิ่น จิตรู้สิ่งที่กระทบสัมผัส ก็ไม่ใช่กุศลจิต และไม่ใช่อกุศล
จิต แต่ขณะที่เห็นแล้วชอบ ขณะชอบ เป็นโลภมูลจิต เป็นอกุศลจิตซึ่งจะ
ใช้คำว่า บาป ก็ได้ เพราะ เป็นจิตที่มีกิเลส ไม่ผ่องใส มีสภาพของโลภ
เจตสิก ซึ่งทำให้ติด พอใจ ยินดี ปรารถนา ต้องการสิ่งที่ได้เห็น สิ่งที่ได้ยิน
เป็นต้นนั้น ฉะนั้น ขณะนั้นจึงเป็นอกุศล ขณะใดเห็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจ ขณะ
นั้น ก็เป็นโทสะ เป็นสภาพที่ขุ่นเคือง ไม่พอใจ ขณะนั้นก็เป็นอกุศล....
ฉะนั้น ที่ถามว่า บาป บุญ มีจริงไหม เมื่อจิตมีจริง และ จิตมีทั้ง
อกุศลจิต และ กุศลจิต ขณะใดที่เป็นอกุศลจิต ขณะนั้นเป็นบาป จึงมีจริง
ขณะใดที่เป็นกุศลจิต ขณะนั้นก็เป็น บุญจึงมีจริง.......

รายละเอียดเพิ่มเติม
คัดจากหนังสือ ตอบปัญหาธรรม โดย อ. สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ตุลาคม ๒๕๓๐



(เดี๋ยวก็ลืม ความทรงจำทุกอย่าง ตายแล้วก็ลืม เสียดายดีไหมเนี่ย ลองฟังดู ถ้าสนใจอ่ะ)

บรรยายโดย อาจารย์  สุจินต์ บริหารวนเขตต์

เรื่อง ระลึกถึงความตายโดยแยบคาย

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะ ได้สิ่งสะกิดใจเยอะเลย
แล้วจาเข้ามาอ่านอีกนะคะ

#2 By nurin (210.203.178.82) on 2007-01-23 22:53

ยินดีมากๆครับที่ชอบ อยากเผยแพร่ให้หลายๆคนได้ฟังกัน
มีประโยชน์มากๆครับ

#1 By yium on 2006-11-26 21:43